ต้าเหลียนครั้งแรกในเดือนมิถุนา



เรื่อง/เรียบเรียง สมุดโน๊ต
มิถุนายน 2562

เริ่มต้นการเดินทาง

✈️การเดินทางมาเมืองต้าเหลียนครั้งนี้เราเดินทางกันแบบต่อเครื่อง นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ได้มาเมืองนี้แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ได้ต่อเครื่องอีกด้วยนะ และมันก็มีความซับซ้อนพอสมควร และก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ได้ใช้สายการบิน full service ของ China Southern ขาไปนี้เราเปลี่ยนเครื่องที่กวางโจว ก็จะสบายหน่อยล่ะ เพราะกระเป๋าจะ check through ตรงไปยังปลายทางเลยโดยไม่ต้องโหลดใหม่ แต่การเข้าเมืองนี่ระบบความเข้มงวดของเค้าเข้มจริง เมื่อถึงกวางโจวเมืองที่ต้องรอไปต่อเครื่องจะมีการผ่านตม.เพื่อเข้าเมือง และจะต้องผ่านการตรวจสแกนกระเป๋าที่ติดตัวมาและร่างกายอีกครั้ง นอกจากเดินผ่านช่องตรวจแล้วจนท.ยังมีเครื่องสแกนมือมาลูบๆคลำๆเกือบจะทุกส่วนของร่างกาย เล่นเอาลุ้นเหมือนกันว่าจะไปถึงไหน.. โฮะๆ พูดถึงที่นั่งบนเครื่องจัดว่านั่งสบาย สามารถเหยียดขาบิดขี้เกียจได้สุดเลยเชียว ส่วนอาหารบนเครื่องนั้นจัดเต็มครบคาวหวาน แต่อย่าถามว่าอร่อยมั้ยนะ? เอาเป็นว่าแค่ได้กินให้อิ่มท้องแล้วนอนหลับเป็นพอ ^^ #สมุดโน๊ต #ต้าเหลียน

 

china southern china southern 

 

ถ้าใครยังไม่รู้จักต้าเหลียน

"ฮ่องกงแห่งจีนเหนือ" "กรุงปารีสแห่งตะวันออก" นี่คือฉายาเมื่อเอ่ยถึงต้าเหลียน...ต้าเหลียนเป็นเมืองนึงที่อยู่ในมณฑลเหลียวหนิงประเทศจีน มณฑลที่ติดกับชายแดนเกาหลีเหนือ ถือเป็น"อีสานจีน" ก่อนเคยเป็นเมืองขึ้นของรัสเซียและญี่ปุ่น บ้านเมืองเลยเจริญไม่ค่อยเหมือนมาเมืองจีนสักเท่าไหร่ คนส่วนใหญ่ยังพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ ห้องน้ำประตูลอยต่ำลงแล้ว สาวๆไม่ต้องใช้ท่าสควชก็นั่งเก็บดอกไม้ได้อย่างสบายใจขึ้น อาจเป็นเพราะคนรุ่นใหม่ทำให้ภาพจีนที่เคยติดอยู่ในใจหายไปพอสมควร ผู้คนเมืองนี้อัธยาศัยดี แต่ยังมีความเป็นจีนอยู่บ้างในการพูดคุยกันในกลุ่ม มีนศ.มาเรียนเยอะเพราะมีมหาลัยเยอะ รถไฟใต้ดินสามารถใช้เดินทางได้สะดวกสบาย อาหารจานใหญ่มาก และค่าโรงแรมที่นี่ถือว่าไม่ถูก แต่ค่าโดยสารนั้นถูกอย่างเหลือเชื่อ (รถบัส 1 หยวนตลอดสาย/ รถราง 2 หยวนตลอดสาย/ รถไฟใต้ดินตามระยะทาง) เป็นสังคม cashless การใช้มือถือจ่ายเงินถือเป็นเรื่องปกติ มีจตุรัสเยอะมากพอๆกับห้างใหญ่ แต่ผู้คนกลับน้อยมาก ห้างและร้านค้าปิดเร็ว Anywide คือร้านสะดวกซื้อที่เห็นโดยทั่วไป ไม่มี 7-11 หากอยากค้นหาสถานที่หรือข้อมูลการเดินทางต้องใช้เว็บของจีนเองจะง่ายดาย (Baidu=Google/Baidu map=Google map) เสริชในกูเกิลไม่ค่อยเจอนอกจากจะมีคนรีวิว และในภาพคือ Xinghai Square จตุรัสซิ่งไห่ จตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก #Dalian

xinghai square


6 วันในต้าเหลียน

มาเมืองจีนครั้งนี้ทำให้ภาพเคยจำของจีนเปลี่ยนไป ห้องน้ำสะอาด บนรถเงียบสงบ และที่ทำให้ต้องเหลียงหลังคือการได้เห็นคนยืนเข้าคิวรอรถ ถ้าไม่ได้มาเมืองนี้คงไม่เชื่อว่าจีนเปลี่ยนไป ถึงแม้เพื่อนจีนจะเคยคอนเฟิร์มก็เหอะ อากาศที่นี่วันแรกค่อนข้างหนาว อุณหภูมิประมาณ 20-18 องศา แต่อยู่ไปอยู่มาก็ร้อนขึ้นสะอย่างงั้น เช็คอุณหภูมิตอนที่รู้สึกร้อนได้ประมาณ 20 องศา เมืองใกล้ทะเลแบบนี้แต่ลมทะเลไม่ทำให้รู้สึกเหนียวตัวเลยสักนิด เท่าที่ตระเวณเดินดูตามแหล่งต่างๆ ร้านค้าทั่วไปจะอยู่แต่ในอาคาร ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีร้านค้ารถเข็นบนทางเท้าให้เกะกะ แต่ฟุตบาทจะมีแต่รถยนต์จอดกันเต็มริมทางทำให้เดินลำบากเป็นบางครั้ง ไฟแดงคนข้าม ไม่มีความหมายสำหรับคนที่นี่ ส่วนใหญ่จะเดินข้ามถนนกันโดยไม่นึกถึงสัญญาณไฟกันสักเท่าไหร่ รถยนต์ไม่ค่อยแคร์คนข้าม ฉะนั้น เวลาข้ามถนนที่นี่จะต้องระวังให้มาก อย่าตัดหน้ารถเป็นอันขาด เพราะคนขับจะไม่มีทางลดความเร็วให้คุณแน่ๆ ตึกราบ้านช่องจะมีการก่อสร้างปรับปรุงให้เห็นกันเยอะมาก เรียกว่าช่างรับเหมาก่อสร้างคงจะเป็นอาชีพนึงที่รายได้ดีติดอันดับ

เมื่อเราเดินไปตามแหล่งช็อปปิ้งพลาซ่าหรือแหล่งค้าขายของทั่วไป จะเรียกว่าเป็นตลาดก็ได้ ถึงแม้ว่ามันจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดไปแล้ว แต่ก็ยังเห็นการโฆษณาแบบเดิมๆอยู่บ้าง เด็กรุ่นๆจะมายินแจกใบปลิว และตามตื้อลูกค้าเพื่อแนะนำสินค้าบางอย่างให้กับคนที่เดินผ่านไปมา เมื่อเราเดินไปตามห้างใหญ่ในวันธรรมดาจะเห็นคนมาเดินเล่นกันไม่หนาแน่นนัก จะมีให้เห็นหนาตาก็ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พออยู่หลายวันเข้าเริ่มรู้สึกว่าคนที่นี่ค่อนข้างสุภาพและเป็นมิตรเหมือนกันนะ บางทียืนซื้อของอยู่ดีๆ ก็จะมีอาอี้ (ป้า) มาถามเราว่าของอันนี้มันคืออะไร แสดงถึงความเป็นอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ตัวใครตัวมันเหมือนบางที่ที่เคยเจอ ถ้าหากอยากไปเดินในแหล่งวัยรุ่นเปรียบเหมือนสยามสแควร์บ้านเราให้ไปเดินที่ Xinggong Street (ถนนชิงกง) หรือไม่ก็ Xi'an Road (ถนนซีอาน) เราจะเห็นวัยรุ่นมาเดินเที่ยวกันเยอะ แต่ถ้าอยากไปเที่ยวห้างใหญ่เปรียบเหมือน Central World บ้านเรา ก็ต้องไปที่ Olympia 66 เป็นห้างใหญ่ที่เอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ คนที่มาเดินก็จะออกแนวครอบครัวและผู้ใหญ่ ถ้าจะมาหาแบรนด์สินค้าที่เป็นสากลก็ต้องที่นี่เลยล่ะ เพราะห้างอื่นเท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะมีแต่แบรนด์ของจีนเอง แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ห้างก็ใหญ่สู้บ้านเราไม่ได้นะ สังเกตุเห็นแฟชั่นของที่นี่ ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะแต่งตัวเรียบง่าย ชุดทำงาน แต่ที่มีสะดุดตาก็เห็นจะเป็นแฟชั่น "กระโปรงฟรุ้งฟริ้ง" ของเด็กผู้หญิง ส่วนผู้ชายจะชอบใส่กางเกงขาจั้ม พอนึกภาพลุคผู้ชายที่เล่นกังฟูออกมะ แนวๆนั้น   

dalian

Olympia66

xinghai square

KFC
EV stationtram
 

 

จุดเช็คพอยท์ถ่ายรูป

ถ้าไปหาอ่านรีวิวท่องเที่ยวอื่นๆคงจะแนะนำสถานที่แตกต่างกันไป แต่ก็หนีไม่พ้น คาเฟ่ต์โลมา สวนสัตว์ จตุรัสต่างๆ แต่ที่จะแนะนำดังต่อไปนี้อาจจะยังไม่ค่อยมีใครมารีวิวกันสักเท่าไหร่ แต่เราได้นศ.ไทยที่ไปเรียนอยู่ที่นั่นแนะนำมาเลยตามไปพิสูจน์ แล้วมันก็ประทับใจจริงๆ สำหรับที่แห่งนี้ "หมู่บ้านเวนิส" 

การเดินทางมาที่นี่ง่ายมาก แค่นั่งรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน (Line 2) ไปลงที่สถานีตงก่าง Donggang Exit C จากประตูทางออกสถานีมองไปทางด้านขวาจะเห็นยอดหลังคาแหลมๆ นั่นล่ะหมู่บ้านเวนิส เวลาเดินจากสถานีเดินตรงไปจนถึงทางแยก เลี้ยวขวาไปตามทางแยกแล้วเดินตรงไปจนสุดถนนก็จะเป็นบริเวณหมู่บ้านทั้งหมด ซึ่งตอนที่ไปนั้นยังมีบางส่วนยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่กว่าจะเป็นที่รู้จักป่านนั้นคงจะอะลังการงานสร้างมากกว่านี้แล้วล่ะ 

ความตื่นเต้นแรกที่ได้มาถึงที่นี่ก็คือการได้เห็น "ฝูงนกบินอยู่กับที่" นั่นแหละ ได้ยินไม่ผิดหรอก "นกบินอยู่กับที่" ฝูงนกบินล้อลมเล่นอยู่เหนือหัวแค่สุดเอื้อมมือ มันทำให้เราเห็นนกบินได้ใกล้มากๆ แถบจะกระโดคว้าได้เลยล่ะ สร้างความแปลกใจให้กับผู้คนที่พบเห็นมากๆ บ้างก็ถ่ายรูป บ้างก็พากันมาให้อาหารเพลินเลยเชียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ที่น่าสนใจด้วยเช่น ล่องเรือใบ ขี่เจ็ตสกี เช่าจักรยานหรือขับรถไฟฟ้าขี่ชมรอบๆอ่าว เพราะบริเวณนี้ยังเป็นท่าเรือที่ไม่เล็กสะด้วย เราเลยจะได้เห็นผู้คนมาท่องเที่ยวและเล่นกับกิจกรรมที่มี เป็นจุดถ่ายรูปที่ให้บรรยากาศรีแลกซ์มากๆ 

และอีกหนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงนี่ นั่นก็คือการ "นั่งเรือกอนโดล่า" ใช่สิที่นี่ถูกจำลองมาจากเมืองเวนิสในฝั่งยุโรป จะพลาดไม่ได้เลยถ้าไม่ได้นั่งเรือนี้ รูตการล่องเรือกอนโดล่าจะมีอยู่ 2 ฝั่ง ซ้ายและขวาของหมู่บ้าน ซึ่งมีความสวยงามและบรรยากาศแตกต่างกัน บอกเลยว่าสวยทั้งคู่จะเลือกนั่งฝั่งไหนก็ได้ ส่วนของกินที่พลาดไม่ได้ก็คือ "ไอติมแท่ง" ของ food truck ที่อยู่บนทางเข้าก่อนลงไปที่ท่าเรือกอนโดล่า (หมู่บ้านฝั่งขวา) รสชาติเข้มข้นมาก เนื้อไอติมเนียนนุ่ม ต้องลองเลยขอบอก หากจะมาที่นี่ให้มีเวลาว่างๆ อย่างน้อยครึ่งวัน หรือ 1 วันเต็ม เพราะมีหลายมุมให้เราได้ถ่ายรูปจริงๆ รับรองว่าอยู่กันได้ยาวๆ ไม่มีเบื่อ

หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส
หมู่บ้านเวนิส

นอกจากกิจกรรมที่ว่ามาแล้ว จะขอแนะนำร้านคาเฟ่ต์เล็กๆ ในหมู่บ้านที่มีการตกแต่งร้านสไตล์มินิมอล เรียบๆ ง่ายๆ แต่ดูมีสไตล์มากๆ ในร้านมีหลายมุมให้เลือกนั่ง มีชั้นลอยสามารถนั่งดูบรรยากาศด้านนอกได้ มีเจ้าของร้านที่พูดอังกฤษได้ดีมาช่วยรับออร์เดอร์ซึ่งหาไม่ง่ายในเมืองนี้ เป็นอีกจุดนึงสำหรับคนชอบถ่ายรูปสายคาเฟต์อาร์ต "Bintino Cafe"

Bintino cafe
Bintino cafeBintino cafe
Bintino cafe
Bintino cafe
Bintino cafe
Bintino cafe
Bintino cafe

 

ร้านอาหารแนะนำในต้าเหลียน

หากมาถึงที่นี่แล้ว ร้านอาหารที่แนะนำให้ลองคือร้าน "ฉี๋เจียเต๋อ" Shrimp Dumpling ร้านอาหารที่มีวิธีการกินแบบที่แปลกสำหรับคนไทยนั่นคือ "ไม่มีน้ำเปล่า" สำหรับดื่ม ใช่แล้ว หากจะมาที่นี่คุณจะไม่ได้น้ำเปล่ามาดื่มหลังที่ทานอาหารเสร็จเหมือนร้านทั่วๆไป เพราะว่า "ไม่มี" เคยเจอมั้ยล่ะ ร้านที่ไม่มีน้ำเปล่าให้ลูกค้าดื่ม ลองถามพนักงานเสริฟแล้วว่ามีมั้ย เธอบอกว่าให้ดื่มน้ำสีขาวขุ่นจากชามที่เธอเทไว้ให้ตั้งแต่ตอนที่นั่งลงที่โต๊ะ น้ำในชามนี้ดูเหมือนจะเป็นน้ำข้าว รสชาติจืดๆ แต่พอดื่มแล้วก็แก้กระหายได้จริงๆ แล้วเขาดื่มอะไรกันล่ะ?? จะมีเมนูให้เลือกอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ละอย่างจะเป็นพวกน้ำที่ล้วนแต่มีคุณประโยชน์ทั้งสิ้น เช่นว่า น้ำฟักทองข้นคลั่ก ...หืม ส่วนอาหารจะเป็นแป้งเกี๊ยวนึ่งใส่ใส้ต่างๆ เป็นเมนูหลัก และเมนูเสริมพวกซี่โครงหมูอบ แนวๆนั้น รสชาติอาหารอร่อย คุ้มค่า เพราะเซ็ตนึงมีหลายชิ้น เหมาะกับมากันเป็นกรุ้ปหรือครอบครัว ถ้าหากจะทานคนเดียวรับรองว่า..ไม่หมดแน่ๆ

 ฉี๋เจียเต๋อ
ฉี๋เจียเต๋อ
ฉี๋เจียเต๋อ

 

Yijiangnan Palace Cake (อี้เจียงหนาน) ร้านขนมที่มีขนมหลายรูปแบบ เน้นไปทางขนมปัง ขนมเปี๊ยะ และที่อยากให้ลองคือ "ขนมไข่" ที่กินแล้วประทับใจ รองท้องตอนหิวๆได้ดีเยี่ยม ผิวกรอบน้อยๆ เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอมงาชัดมาก ร้านที่เจอนี้ตั้งอยู่ที่หัวมุมถนน Xiangqian Street ที่จตุรัสโหยวห่าว (Youhao Square) ถ้ามีโอกาสไปเจอร้านนี้ที่ไหนรับรองต้องขอลองอีกแน่ๆ 

ํYijiangnan

Yijiangnan

 

และที่พลาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ Luckin Coffee กาแฟเกรดพรีเมี่ยมสัญชาติจีนแท้ๆ ที่เปิดตัวเองชัดเจนว่าจะมาแข่งกับ Starbucks ด้วยการรุกตลาด delivery การสั่งกาแฟที่นี่ต้องสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น และสามารถจ่ายเป็นเงินสดหรือจากการสแกนมือถือก็ได้ รอบนี้ทดลองดื่ม Chocolate Exfreezo รสชาติขมน้อย ดื่มแล้วนวลๆดี จัดว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเลยนะ แต่ความเป็นจีนที่รับรู้ได้อย่างนึงคือความไม่ยืดหยุ่น ถ้าหากจะขอให้ปรับนู่นนี่ ใส่น้ำแข็งเยอะหน่อย ใส่นี่แทนได้มั้ย บอกเลยว่าจะต้องผิดหวังเพราะพนักงานจะทำให้ได้แค่เมนูที่มีเท่านั้น และนี่ก็เป็นความเป็นจีนที่รับรู้ได้อีกอย่างนึงเมื่ออยู่ที่นี่

Luckin Coffee
Luckin Coffee

 

วิธีการเดินทางกลับ

✈️ เดินทางกลับแบบต่อเครื่องจาก Dalian - BKK รอบนี้เราแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Shenzhen ซึ่งไม่มี check through กระเป๋า (ส่งกระเป๋าถึงปลายทาง) เราจะต้องรับกระเป๋าที่เซินเจิ้น เพื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋าใหม่อีกครั้ง รอบนี้จนท.ตม.มีงงเล็กน้อยเพราะ boarding pass ออกให้ทีละใบ แต่ตั๋วที่จองแจ้งไปลง BKK จนท.เลยต้องเช็คนานนิดนึง สงสัยไม่เคยเจอเคสแบบนี้ พอเครื่องถึงเซินเจิ้นก็มีงงอีก สนามบินใหญ่มาก ต้องไปทางไหนกว่าจะหาเจอต้องถามจนท.ซึ่งหาคนพูดอังกฤษไม่ค่อยง่าย สรุปว่าเมื่อลงเครื่องที่บิน Domestic จะไปต่อเครื่องที่บิน International จะลงอาคารเดียวกัน แล้วขึ้นไป check in ชั้น 4 แล้วค่อยลงมาขึ้นเครื่องที่ทางออกชั้น 1 (ไปตามป้าย Departure ก่อนแล้วค่อยตามป้าย In't/Hongkong/Macow) หลังจากเช็คอินแล้วเราก็จะได้ boarding pass อีกใบจาก Shenzhen-BKK #วิธีบินต่อเครื่อง


Visitors: 40,522