Kyushu The Magic Hollow ใบไม้เปลี่ยนสีหุบเขามหัศจรรย์

เพิ่มเพื่อน

เปิดทริปท่องเที่ยวเกาะทางใต้สุดของญี่ปุ่น Kyushu ทริปนี้พาเที่ยวสถานที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาเกาะนี้ มาพบกับความมหัศจรรย์ของหุบเขาลาวาและสถานที่ไฮไลท์ล้ำค่า โดยมีไกด์ท้องถิ่นมาช่วยแนะนำและทำความรู้จักในสถานที่ต่างๆ พร้อมกับช่างภาพครีเอทีพดีไซน์คอยแนะนำการถ่ายรูปท่องเที่ยวให้คุณได้มีรูปทริปเที่ยวของตัวเองแบบสวยๆ กับสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของทริปนี้  ...ถ้าพร้อมแล้วเตรียมกระเป๋าสะพายกล้องแล้วมาเลย

KYUSHU The Magic Hollow ใบไม้เปลี่ยนสีหุบเขามหัศจรรย์ (5 Days 4 Nights) 

Flight : TG  BKK - FUK 0100-0800 (+1) / TG FUK - BKK 1140-1540 (direct flight – 5 hrs)
วันเดินทาง :
 Tue 28 พ.ย. - Sat 2 ธ.ค. 2560
แนวการถ่ายภาพ
 :
Lifestyle & Landscape
รับจำกัด 15 ท่าน

High Light :

+Yufuin Floral Village หมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรปโบราณ 
+Umi-jigoku (นรกทะเล) หนึ่งใน 8 บ่อนรกน้ำพุร้อนชื่อดัง
+Kokonoe Yume Suspension Bridge สะพานแขวนคนเดินที่ยาวและสูงที่สุดในโลก
+Takachiho Gorge หุบเขาแห่งมหัศจรรย์ลาวา  
++ลองทานอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Kaiseki
**พัก 3 ดาว**

ราคา : 53,900 บาท/ท่าน  (ไม่รวมตั๋วราคา 30,900 บาท) 
*ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2560 เป็นต้นไป ราคาปรับเป็น 55,900 บาท/ท่าน เนื่องจากราคาน้ำมันตั๋วบินและรถของทางญี่ปุ่นมีการปรับขึ้น

ราคานี้รวม..
-ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สายการบินไทย TG/BKK-FUK-BKK
-ค่าโรงแรมพร้อมอาหารเช้า และอาหารเย็นวันที่ 2 

-รถรับ-ส่ง ตลอดทริปและค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุ
-ไกด์ท้องถิ่น

ราคานี้ไม่รวม..
-ค่าอาหารกลางวัน-เย็นของทุกวัน

โปรโมชั่นทริปนี้...จองพร้อมกัน 2 ที่ รับส่วนลดที่นั่งละ 1000 บาททันที
*ส่วนลดจากโปรโมชั่นใช้สำหรับการจองพร้อมตั๋วเครื่องบินเท่านั้น*

สถานที่เดินทางในทริปนี้
Takachiho Gorge
"มหัศจรรย์หุบเขาลาวา" เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมิยาซากิ(Miyazaki)อยู่ไม่ไกลกับภูเขาไฟอะโซะ(Aso) ซึ่งเกิดจากรอยแตกของภูเขาที่มีแม่น้ำโกคาเซะ (Gokase) ตัดผ่าน 2 ข้างจะเป็นหินสูงชันเหมือนหน้าผาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟจนมีรูปร่างคดเคี้ยวเหมือนมังกร ซึ่งจะมีน้ำตกมินาอิโนทาคิ (Minainotaki) ที่สูงถึง 17 เมตรอยู่ในช่องเขานี้ ให้วิวที่สวยงามที่ตัดกันน้ำตกที่ไหลเอื่อยๆลงมาที่ธารน้ำสีน้ำเงินอมเขียว กับความเขียวขจีของแมกไม้และหินสีเทา
takachiho gorge

cr : photo from nont.wordpress

Kumamoto Castle ฉายา. ปราสาทแห่งต้นแปะก๊วย ปราสาทคุมะโมะโตะ เป็นปราสาทสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองคุมะโมะโตะ ในจังหวัดคุมะโมะโตะ จัดเป็นปราสาทมีใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น 
Kumamoto Castle

Yufuin Floral Village เป็นหมู่บ้านจำลองสไตล์ยุโรป มีกลิ่นอายยุโรปโบราณ บ้านอิฐที่แสนคลาสสิคเรียงรายอยู่บนถนนสายเล็กๆ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ถือเป็นไฮไลท์หนึ่งประจำเมืองยูฟุอิน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เหมาะแก่การเดินเล่นและถ่ายรูป ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนหย่อม ร้านอาหาร ร้ายขายของที่ระลึก งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ของเล่น ของสะสมทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ แต่ละร้านตกแต่งภายในได้ดูดีดึงดูดให้คนเข้ามาเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีที่พักเปิดให้บริการอีกด้วย

Yufuin Floral Village

 

Kinrin Lake เป็นทะเลสาบขนาดกลางที่อยู่ถัดมาจากหมู่บ้านยูฟุอิน ทะเลสาบคินรินโกะตั้งอยู่ที่ยุฟุอินออนเซ็น จังหวัดโออิตะ เมืองยุฟุ(ยุฟุอินโจ) ชื่อคินรินโกะได้มาจากเกล็ดของปลาอุโรโกะที่เมื่อโดนแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องก็ส่องประกายเป็นสีทอง ("คิน" แปลว่า สีทอง) ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวสดของฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสีของฤดูใบไม้ร่วง หรือกลุ่มหมอกยามเช้าในฤดูหนาวล้วนเป็นบรรยากาศที่สวยงาม ตลอดสี่ฤดูสามารถเห็นปรากฏการณ์ต่างๆ และบรรยากาศที่เปลี่ยนไป  ที่นี่มีภูเขาเป็นฉากหลัง  อีกด้านหนึ่งทำเป็นทางเดิน บริเวณนั้นจะมีร้านอาหารญี่ปุ่น และจากทางเดินริมทะเลสาบสามารถเดินไปยังศาลเจ้าเทนโซ(Tenso Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าเล็กๆที่อยู่ริมทะเลสาบ ได้อีกด้วย

Kinrin Lake

Umi-jigoku ยูมิ จิโกกุ (นรกทะเล) เป็นหนึ่งใน 8 บ่อนรก น้ำพุร้อนที่มีลักษณะของบ่อที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีน้ำเป็นสีฟ้าและมีส่วนผสมของโคบอลต์ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขา Tsurumi เมื่อ 300 ปีก่อน สีของน้ำพุร้อนที่เป็นเอกลักษณ์จึงได้ชื่อว่า Umi ซึ่งแปลว่า ทะเล ในภาษาญี่ปุ่น แต่อุณหภูมิของน้ำพุร้อนค่อนข้างสูงมากประมาณ 98C น้ำพุร้อนดังกล่าวที่เย็นลงใช้สำหรับการทำ ashi-yu ซึ่งเป็นการจุ่มเท้าลงในน้ำพุร้อน สิ่งอำนวยความสะดวกของการทำ ashi-yu มีเพียงหลังคาเท่านั้น ดังนั้นคุณสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นวันที่ฝนตก นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ใช้รถเข็นเนื่องจากมีการติดตั้งราวจับทั่วบริเวณ

เมื่อเดินเข้าไปยังทางเข้าของ ยูมิ จิโกกุ ท่านจะเห็นสวนที่สวยงามพร้อมกับบ่อที่มีน้ำสีเขียวใสและมี Victoria amazonata และ water lilies บานสะพรั่งอยู่ภายในบ่อ น้ำพุร้อนจะไหลผ่านภายในท่อที่ติดตั้งอยู่ภายในบ่อ เพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิให้พอเหมาะกับการเติบโตของไม้ดอกเขตร้อน คุณสามารถเพลิดเพลินกับดอกของต้น Victoria amazonata ตั้งแต่ช่วงต้นของเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน สำหรับช่วงฤดู Bon ในญี่ปุ่น เด็กนักเรียน (ที่อยู่ชั้นต้น ๆ ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม) สามารถลองขึ้นไปขับใบของ Victoria amazonata ได้

สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีได้แก่ ร้านอาหารซึ่งคุณจะได้อร่อยกับเมนูสุดพิเศษของโออิตะเช่น dangojiru ซึ่งเป็นซุปเกี๊ยวสไตล์ญี่ปุ่น หรือ toriten ซึ่งคือเทมปุระไก่ หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยว chanpon noodles หน้า onsen-tamago (ไข่ที่ต้มด้วยน้ำพุร้อน) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว สำหรับร้านค้าจะมีการจำหน่ายสบู่อโรมาสำหรับแช่ตัวที่มีสีโคบอลต์ ดังนั้นจึงสามารถเพลิดเพลินกับการอาบน้ำแบบยูมิจิโกกุได้ที่บ้านของคุณ

น้ำพุร้อนธรรมชาติ 8 แห่งที่เรียกว่าจิโกกุ (นรก) น้ำพุร้อนเหล่านั้นจะพ่นโคลนร้อนและไอน้ำที่มีอุณหภูมิสูงมากกว่า 1000 ปี ดังนั้นประชาชนจึงไม่สามารถเข้าไปใกล้กับน้ำพุร้อนพวกนี้ได้มากนัก จึงเรียกน้ำพุร้อนพวกนี้ว่าจิโกกุ (นรก) คุณจะได้เห็นทิวทัศน์ของปรากฎการณ์ที่แปลกตาในเบปปุ ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุด

 บ่อนรกหรือจิโกกุ (地獄, jigoku) ที่เบปปุ(Beppu)มีอยู่ด้วยกันถึง 8 บ่อ เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองเบบปุที่นอกจากการมาแช่ออนเซน มีไว้เพื่อการชมเท่านั้น โดยจะแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกจะมีอยู่ด้วยกัน 6 บ่ออในเขตคันนาว่า(Kannawa) คือ Umi Jigoku, Oniishibozu Jigoku, Shiraike Jigoku, Kamado Jigoku, Oniyama Jigoku, Yama Jigoku ซึ่งจะอยู่เกือบติดกันหมด สามารถเดินถึงกันได้ง่ายๆ แต่อีก 2 บ่อจะอยู่ที่เขตชิบาเซกิ(Shibaseki)ที่อยู่ห่างไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร คือ Chinoike Jigoku, Tatsumaki Jigoku โดยจะมีรถบัสให้บริการที่วิ่งไปลงที่ด้านหน้าของบ่อทั้ง 2 นี้เลย


Umi-Jigoku

ไคเซกิ (ญี่ปุ่น: 懐石 kaiseki ) หรือ ไคเซกิ เรียวริ (ญี่ปุ่น: 懐石料理 kaiseki-ryōri ) เป็นชุดอาหารที่บริการทีละคอร์ส (อย่าง) อย่างเป็นลำดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงความพิถีพิถันในคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง จนกระทั่งการนำเสนออาหาร ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับอาหารยุโรปชั้นสูง หรือ "โอต กวีซีน" (Haute Cuisine) ของชาติตะวันตก  ชุดอาหารไคเซกิ ประกอบไปด้วยสองความหมาย โดย ไคเซกิ (会席) และ ไคเซกิ เรียวริ (会席料理) นั้นหมายถึงอาหารชุดหรือเซ็ตเมนูที่คัดเลือกรายการอาหารไว้แล้ว และให้บริการทีละอย่าง (คนละ 1 จานจนครบทุกคอร์ส) ลงบนถาดส่วนตัวอีกหนึ่งความหมายนั้นเขียนตามภาษาญี่ปุ่นว่า 懐石 หรือ 懐石料理 หมายถึงอาหารอย่างง่ายที่เจ้าภาพของพิธีชงชาจัดให้บริการแขกก่อนพิธีการชงชาจะเริ่มขึ้น ซึ่งมักจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ชะ-ไคเซกิ(ญี่ปุ่น: 茶懐石 cha-kaiseki )


Kaiseki

Kokonoe Yume Suspension Bridgeเป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินที่ยาวและสูงที่สุดในโลก โดยสูง 173 เมตร และยาว375 เมตร ใช้ผ่านช่องเขา ระหว่างทางจะมองเห็นน้ำตกขนาดใหญ่ 2 แห่ง และหนึ่งในนั้นเป็นน้ำตกที่ติด 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นด้วย คือน้ำตกชินโดโนตากิ(Shindonotaki) และจะมีลมพัดเย็นตลอดทางเนื่องจากอยู่ระหว่างช่องเขาที่เขียวขจี เทือกเขานี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีสีเขียวมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเนื่องจากความหนาทึบของป่าในบริวณนี้ และยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามแห่งหนึ่งของเกาะคิวชูด้วย


Tosu Premium Outlets เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งเอ้าท์เล็ตขนาดใหญ่ มีร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ท้องถิ่นมากกว่า 150 ร้าน เช่น Coach, Armani, Timberland, Burbery, Gap, Puma, Levi’s, Nike, New Balance, Samsonite และอื่นๆอีกมากมาย มาที่นี่สามารถ

ช้อปปิ้งได้ครบทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ โดยแต่ละร้านก็จะมีโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย


Tosu Premium Outlet

Yutoku Inari Shrine ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ สร้างขึ้นในปี 1688 เป็นศาลเจ้านิกายชินโต ประจำตระกูลนาเบะชิมะ(Nabeshima clan) ผู้ปกครองเมืองซากะ ในสมัยเอโดะ เป็นศาลเจ้าอินาริที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 รองมาจากศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ(Fushi-mi Inari Shrine) ในเกียวโต(Kyoto) และศาลเจ้าคะซะม่าอินาริ (Kasama Inari Shrine) ในอิบาระกิ(Ibaraki) ด้านบนของตัวศาลเจ้า ก็เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยามที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง และช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ส่วนหน้าศาลเจ้าก็ยังมีสะพานสีแดงคู่กับแม่น้ำสายเล็กๆเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามเลยทีเดียว ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่ประชาชนต่างนิยมไปสักการะขอพรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยว ความสำเร็จด้านธุรกิจ และความปลอดภัย


Hamanomachi Arcade เป็นย่านช้อปปิ้งที่อยู่ใจกลางของเมืองนางาซากิ มีทั้งร้านอาหาร บาร์ ร้านเสื้อผ้า ร้านร้องเท้า ร้านขนม ร้านหนังสือ ร้านขายยา...มีร้านให้คุณดูเล่นๆ ไม่มีเบื่อ

Hamanomachi Arcade

Nagasaki Peace Park สวนสันติภาพนางาซากิ ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ชื่อว่า Fat man เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ที่ทำลายเกือบทั้งเมืองและยังฆ่าสิ่งมีชีวิตไปมากกว่า 80,000 คน

ในสวนแห่งนี้มีรูปปั้นเกี่ยวกับสันติภาพมากมาย โดยที่ด้านหลังของสวนจะมีเสาสีดำที่เป็นตัวชี้ตำแหน่งจุดศูนย์กลางของระเบิดปรมาณู และมีรายชื่อของเหยื่อในครั้งนั้นด้วย และทางตอนบนจะมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการทิ้งระเบิดในครั้งนั้นด้วย

 

Nagasaki Atomic Bomb Museum พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ จัดแสดงและรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ ซากชิ้นส่วนสิ่งของต่างๆ โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนระเบิดปรมาณูลง จนถึงวินาทีแห่งความหายนะ ซึ่งมีหลักฐานที่ถูกวีดีโอบันทึกไว้ ภาพถ่ายอาคารบ้านเรือนที่พังยับเยิน ภาพผู้คนล้มตาย หรือผู้ที่รอดชีวิตแต่ต้องทนทุกข์ทรมานจากสารกัมตภาพรังสี เป็นโรคลูคีเมีย(มะเร็งเม็ดเลือดขาว) ที่ค่อยๆคร่าชีวิตผู้คนเหล่านั้นไปอีกจำนวนมาก

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ในวันที่นางาซากิโดนพิษร้ายของสารพลูโตเนียมไปเกือบทั้งเมือง

  

Nagasaki Atomic Bomb Museum

 

Tenmangu Shrine ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งเมืองดาไซฟุ(Dazaifu)เป็นหนึ่งใน 2 ศาลเจ้าเทนมานกุที่สำคัญที่สุดในบรรดาศาลเจ้าเทนมากุทั้งหมดกว่าพันแห่ง อีกแห่งคือศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ(Kitano Tenmangu) ที่อยู่ในเมืองเกียวโต ศาลเจ้าเทนมานกุถูกสร้างขึ้นเพื่อศักการะนักปราชญ์ชื่อสุกาวะระ มิชิซาเนะ(Sugawara Michizane) และยังเป็นสัญญลักษณ์ของการศึกษาเล่าเรียนด้วย โดยเริ่มต้นสร้างกันช่วงปี ค.ศ. 900 ในยุคเฮอัน(Heian) ศาลเจ้าเทนมานกุที่นี่ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีร้านค้าตลอดทางเดินมาศาลเจ้า ภายในประกอบไปด้วย ประตูโทริอิขนาดใหญ่ สระน้ำที่ออกแบบมาเป็นตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น แปลว่า หัวใจ โดยจะมีสะพานข้าม 3 ช่วงที่แบ่งเป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคต และยังมีต้นบ๊วยชื่อว่าโทบิยูเมะ(Tobiume)ที่ตำนานเล่าว่า เกิดจากเมล็ดที่ปลิวมาจากเมืองเกียวโตเพื่อมิชิซาเนะ จึงทำให้ศาลเจ้าเทนมานกุตามที่ต่างๆมักจะมีต้นบ๊วยอยู่ด้วย แต่ที่นี่มีมากถึง 6000 ต้น และจะบานในช่วงปลายเดือนกุมพาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคาม จึงกลายเป็นจุดชมดอกบ๊วยที่สวยงามมากไปด้วย ภายในบริเวณศาลเจ้าทางด้านหลังจะมีซุ้มที่เป็นบันไดเลื่อนยาวๆไปจนถึงพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเกาะคิวชู(Kyushu National Museum)

              Dazaifu Shrine                                                               

 ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจากเว็บ talonjapan,ไปด้วยกัน,wikipedia /เรียบเรียงโดย สมุดโน๊ต

Visitors: 31,208